1.
 
"เห้ยมึง วันนี้สครับออกแล้วนะ"
 
"เอ้อ ไปๆ เย็นนี้กูไปสยามพอดี"
 
เป็นอันรู้กันว่าสมัยก่อนเวลาที่จะซื้อแผ่นของพวกวงอินดี้ หรืออะไรเทือกๆนี้
 
เราจะต้องมุ่งหน้าไปยังนครศักดิ์สิทธิ์แห่งวงการอินดี้ที่มีชื่อว่า 'DJ สยาม'
 
วงดนตรีจะออกแผ่นใหม่ หรือไปโปรโมท จะอัลบั้มเต็ม หรือแผ่น EP
 
จะวงโคตรแมส หรือวงที่แม้จะหยิบแผ่นมาดูก็ยังหาชื่อวงบนปกไม่เจอ
 
ที่นี่มีทุกสิ่งให้คุณเลือกสรรค์จริงๆ
 
 
 
2.
 
หลังจากที่ได้อัลบั้ม black sheep มาไว้ในครอบครองแล้ว ผมก็ฟังมันวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น
 
คือไม่ใช่ว่าจะไม่เคยซื้ออัลบั้มคอมพิเลชั่นแบบนี้มาฟังนะจำได้ว่าเคยซื้ออัลบั้ม interlude 2 ของ indy cafe
 
ที่มีเพลง แค่บอกว่ารักเธอ ของวงหมีพูห์นั่นแหละ ตอนนั้นเพลงนี้ฮิตกันถล่มทลายทั่วบ้านทั่วเมือง
 
ด้วยเนื้อหาเพลงที่โรแมนซ์ ดูขี้อาย ประกอบกับปัจจัยที่ว่า 'นักร้องเสียงเหมือน โจ้ วง pause'
 
เพราะตอนนั้นพี่โจ้แกก็เพิ่งเสียไปไม่นาน เพลงเลยยิ่งดังระเบิดระเบ้อไปใหญ่
 
แต่ด้วยเป็นอัลบั้มที่ดูปล่อยของเกินไปหน่อย จึงยังไม่ค่อยเข้าหูในขณะนั้นนัก
 
ต่างจากอัลบั้มของ black sheep ที่พกความป๊อบในตัวเพลงมาแบบเกือบเต็มสตรีม
 
ทำให้สามารถฟังได้เรื่อยๆ ไม่มีเหนื่อยกันเลยทีเดียว
 
ทั้งเพลงฟังเพลินๆอย่าง ซักคืน ของ the peach band
 
เพลงเหงาสุดแสนโรแมนติกอย่าง คืนใจ ของ vacation
 
เพลงสนุกๆกวนตีนๆอย่าง ตีพุง จาก untitled
 
หรือแม้กระทั่งร็อกหม่นๆอย่างเพลง จินตนาการ ของวง run forward
 
(เพลงนี้ผมชอบเป็นอันดับ 2 ในอัลบั้มเลยนะ)
 
และแน่นอน ว่าอันดับ 1 ในใจคุณก็ต้องเป็นเพลง ทุกอย่าง เป็นแน่แท้
 
ฟังวนไปวนมา กรอไปกรอกลับ
 
ฟังจนถึงจุดหนึ่งก็ตัดสินใจว่า "เอาวะ! ถ้าออกอัลบั้มเดี่ยวมาต้องอุดหนุนกันซะหน่อยแล้ว!"
 
 
 
3.
 
แต่อัลบั้มแรกของศิลปินที่อยู่ในคอมพิเลชั่นชุดนี้ที่ผมซื้อยังไม่ใช่ สครับ ครับ
 
แต่กลับกลายเป็นวง the peach band ไปซะอย่างนั้นน่ะ...
 
ที่มาที่ไปก็ไม่มีอะไรมาก คือตอนนั้นผมไปเดินเล่นสยาม (ตามประสาวัยรุ่นว่างงาน)
 
แล้วเดินผ่านนครศักดิ์สิทธิ์ในจังหวะที่กำลังประกาศว่า "วันนี้มี the peach band มาแจกลายเซ็น!"
 
รู้ตัวอีกทีผมก็ได้เทป (ตอนนั้นมีตังซื้อแค่เทป) ของวงนี้ พร้อมลายเซ็นบนปก แถมยังได้โปสเตอร์อีกด้วยนะ
 
ถือเป็นการตลาดที่ได้ผล (กับเด็ก ม.5 โง่ๆคนหนึ่ง) จริงๆนะ ไม่น่าล่ะ ชอบแจกกันจัง ลายเซ็นเนี่ย
 
แต่ยังถือเป็นโชคดี ที่อัลบั้มนั้นมันเพราะมากจริงๆ เรียกได้ว่าเสียเงินไปกับการตลาดแบบคุ้มค่า
 
วอน เพลงโปรโมตแรกจากอัลบั้มนี้ก็โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองเช่นกัน
 
ด้วยเสียงระนาดแบบไทยๆ เมโลดี้สวยๆของดนตรี พร้อมกับเสียงร้องเอื้อนๆของ นุ้ย วิริยาภา
 
เรียกได้ว่าเพราะขนาดแม่เพื่อนผมที่มันยืมเทปไปฟังยังชอบเลยล่ะ...
 
 
 
4.
 
ผมยืนอยู่หน้าบันไดเลื่อนขึ้นรถไฟฟ้าหน้าสยามเซ็นเตอร์แบบเบลอๆ
 
ถึงแม้ว่ายุคนั้นจะเป็นยุคสุดบูมของซีดีทั้งหลาย
 
ค่ายใหญ่แถวอโศกและลาดพร้าวพร้อมใจกันกดราคาลงมาเหลื่อเพียงแผ่นละร้อยกว่าบาท
 
แต่ไม่ใช่กับค่ายอื่นนอกจากนั้น
 
ซีดีมูลค่าสองร้อยกว่าบาทในตอนนั้นทำให้ผมเป๋ไปบ้างเหมือนกัน
 
จากที่เคยซื้อเทปม้วนละแปดสิบกว่าบาทมาตลอด
 
แต่ในที่สุดแล้วอัลบั้มที่ผมรอมาตลอดหลายเดือนก็เดินทางมาสู่มือผมจนได้
 
 
ปกสีน้ำเงินรูปผู้หญิง (หรือกระเทย?) ยืนหน้ากระจกกล สื่อถึงอะไรไม่รู้ แต่ที่รู้คือมันเป็นสามมิติด้วยนะ!
 
(แบบไม้บรรทัดสามมิติตอนเด็กๆล่ะนะ อย่าคิดไปถึง AVATAR เชียว)
 
เปิดกล่องออกมาพบว่ารูปสามมิติที่ว่านั้นเป็นแผ่นพลาสติกแยกออกมาจากปกจริงๆอีกทีหนึ่ง
 
ซึ่งปกจริงจะมีพี่เมื่อยและพี่บอลมายืนเป็นยากูซ่ากันอยู่ ซึ่งก็ไม่รู้อยู่ดีว่าสื่อถึงอะไร
 
ช่างมัน เอาไว้ก่อน ตอนนี้อยากจะฟังผลงานกันเต็มแก่แล้ว
 
ผมจับแผ่นโยนใส่เครื่อง พร้อมกับโปรแกรม real one player ที่เด้งขึ้นมา
 
(สมัยนั้นโปรแกรมนี้เป็นที่โด่งดังมาก เพราะมันมาพร้อมกับเว็บ coolvoice ใครไม่มีฟังเพลงในเว็บไม่ได้)
 
อกอีแป้นจะแตก! ทำไมอัลบั้มนี้มันมี 23 เพลงเลยวะ!!! (แต่อยากรู้มากกว่าว่าใครคืออีแป้น)
 
ตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยเจออัลบั้มไหนให้เพลงมาเยอะขนาดนี้
 
แต่พอได้ฟังทั้งอัลบั้มจึงมาพบในภายหลังว่าเพลงในอัลบั้มจริงๆมันมีแค่ 12 เพลงเท่านั้นแหละ
 
แล้วก็มีแถมเป็น bonus track มาอีก 5 แทร็ก แต่ที่เฮี้ยนมากคือแถมแทร็คเปล่ามาถึง 6 แทร็ค
 
หลอกให้เราดีใจเก้อไปซะอย่างนั้น แต่ไม่เป็นไร 12 แทร็คธรรมดาก็เป็นอะไรที่เยอะอยู่ดีล่ะวะ
 
(ในยุคนั้นที่อัลบั้มส่วนมากจะมีแค่ 10 หรือเทียบกับสมัยนี้ที่มีแค่ 5-6 เพลงยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่)
 
แต่อย่ากระนั้นเลย รีบๆกดเพลย์ไปฟังกันดีกว่า...
 
 
 
5.
 
"ม...ไม่เข้าใจ... เพลงอะไรของพี่เค้าวะ"
 
นี่คือความคิดแรกหลังฟังจบทั้งอัลบั้ม
 
ถึงแม้ว่าเพลงในอัลบั้มนี้จะยืนพื้นอยู่ที่เพลงป๊อป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพลงป๊อปจะต้องป๊อปเสมอไป
 
ด้วยรายละเอียดด้านดนตรีที่ผิดไปจากเพลงป๊อบธรรมดาๆในบ้านเรา
 
ด้วยเนื้อร้องที่เหมือนเป็นการเอาคำมาต่อกัน ฟังเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง (ส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจ...)
 
และด้วยเสียงร้องแบบถ้าไปร้องคาราโอเกะกัน คนอื่นก็คงบอกว่าเมา (และมันไม่เพราะจริงๆนะ)
 
เพลงที่เข้าหูในตอนนั้นก็จะมีแค่เพลง เธอ กลัว และเพลง ทุกอย่าง 3 ซิงเกิ้ลที่ปล่อยออกมาตอนนั้น
 
เพลงที่เหลือนอกจากนั้นก็พอจะเป็นที่เข้าใจได้ ว่าทำไมไม่ปล่อยออกมาเป็นซิลเกิ้ลเลย ฮ่าๆๆ
 
เรียกได้ว่าเป็นอัลบั้มปล่อยของอย่างแท้จริงของคู่หูดูโอ้วงนี้
 
 
 
แต่ถึงแม้จะไม่ดัง ฟังไม่รู้เรื่อง เพลงป๊อปมันก็ยังคงทำหน้าที่ของเพลงป๊อบได้อย่างดี
 
ด้วยทำนองที่ติดหู ทำให้เพลง ฝืน และ ชูบีดูบีดับ กลายเป็นเพลงที่ฟังได้อย่างเพลินๆ
 
เพลงอย่าง โรงเรียน(โลงเลียน) และ สุสานเมียเก่า(bonus track)
 
ก็กลายเป็นที่จดจำทันที ด้วยความกวนตีนอย่างร้ายกาจที่อยู่ในเนื้อเพลง
 
หรือเพลงเมโลดี้สวยๆ เนื้อหากินใจอย่าง เก็บมันเอาไว้ ก็กลายมาเป็นที่หนึ่งในใจ
 
ที่ฟังทีไรก็รู้สึกทึ่ง และอินไปกับมันทุกที (จนเป็นที่มาของบล็อกไตรภาคครั้งนี้)
 
 
 
ไปๆมาๆ อัลบั้มนี้ก็กลายเป็นอัลบั้มหนึ่งในใจคุณไปโดยไม่ทันรู้ตัว
 
สามารถหยิบขึ้นมาฟังเมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่ขัดข้องใจ
 
และเป็นไม่กี่อัลบั้มในชีวิตที่ผมสามารถพูดได้เต็มปากว่าชอบทุกเพลงจริงๆ
 
 
 
ไม่ใช่เพราะว่าด้วยชื่อที่เป็น สครับ แต่ด้วยผลงานของพวกเค้ามันบ่งบอกด้วยตัวมันเอง
 
 
 
(จบบริบูรณ์)
 

____________________________________________________________________

จบแล้วครับสำหรับซีรี่ส์นี้ เป็นตอนที่ใช้เวลาเขียนนานอยู่หลายวันทีเดียว แล้วมันก็เสร็จทันก่อนไปฮ่องกงจริงๆด้วย ฮ่าๆๆ

เอาเป็นว่าลองไปหามาฟังแล้วกันสำหรับอัลบั้มนี้ แล้วไปโดดด้วยกันที่คอนเสิร์ตสครับเน่อ!

edit @ 3 May 2011 23:22:51 by Rocktopian

 
"ป้า มีเทปของวงสครับมั้ย"
 
"วงอะไรนะ?"
 
"สครับครับ"
 
"วงอะไร ไม่มีหรอก มีอยู่แค่ตรงเนี้ย ลองดูแล้วกัน"
 
ป้าที่แผงขายเทปแถวบ้านแลดูหัวเสียกับไอ้เด็กไม่รู้เรื่องรู้ราวคนนี้
 
ไอ้เราก็ถามเพื่อนมาแค่ชื่อวงซะด้วย ข้อมูลอันใดก็ไม่มี
 
จะร้องให้ป้าฟังว่าที่ร้องเพลงนี้อะ ขนาดชื่อวงป้ายังไม่รู้ เนื้อเพลงคงเอาไว้ก่อน...
 
ในขณะที่กำลังจะสิ้นความหวังไปจากโลกใบนี้ สายตาของข้าพเจ้าก็สอดส่ายทะลุผ่านแว่น
 
ไปปะทะกับวัตถุสีดำอมชมพูสะท้อนแสงที่อยู่ใกล้ๆมือ
 
สิ่งนั้นก็คือ...
 
 
 
 
Blacksheep Compilation 01
 
 
 
อัลบั้มรวมศิลปินของค่าย blacksheep ที่ถือว่าโด่งดังมากในยุคนั้น
 
เป็นการรวมตัวกันของวงดนตรีหน้าใหม่ฝีมือฉกาจที่เรารู้จักกันดีในสมัยนี้
 
ทั้ง the peach band, vacation band, street funk rollers (อันนี้รู้สึกไม่ใช่หน้าใหม่ แต่มาอยู่ค่ายใหม่)
 
และที่ขาดไปไม่ได้คือเจ้าของเอนทรี่นี้ scrubb
 
"เหมือนกับมีมนต์สะกดอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมตัดสินใจหยิบอัลบั้มนี้ขึ้นมาดู..."
 
...
 
ก็เว่อร์ไป ไม่ใช่หรอก ที่จริงแล้วก็พอได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของอัลบั้มนี้มาบ้างแหละ
 
ว่าเป็นค่ายเพลงใหม่ ที่มีของอยู่พอตัว และเป็นหนึ่งในตัวจุดกระแสเพลงในขณะนั้น
 
ผมหยิบอัลบั้มมาดู และพลิกกลับมาด้านหลัง พบว่าชื่อเพลงและวงมันอัดๆกับอยู่บนแถบชมพูๆ อ่านโคตรยาก
 
แต่พอเห็นชื่อวงที่ต้องการก็ไม่รอช้า หยิบเงินในกระเป๋าและจ่ายไปทันที
 
"เจอแล้วใช่มั้ย?"
 
"ครับ"
 
"เออ จำชื่อมาก็ผิด มันมีที่ไหนล่ะ คราวหลังจะซื้อก็จำมาให้ดีสิ"
 
ผมเดินออกจากร้าน และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้อุดหนุนร้านป้า จนร้านแกเจ๊งไป...
 
(คือมันก็ไม่ใช่ร้านประจำอยู่แล้วล่ะ ก็ไปซื้อครั้งนั้นครั้งเดียว แล้วก็ลาเลย)
 
 
 
ผมกลับบ้านมาแกะพลาสติก พยายามแกะไอ้สติ๊กเกอร์สีชมพูซึ่งมันติดอยู่กับกล่องเทป
 
(คือมันจะมีปลอกกระดาษดำๆหุ้มกล่องเทปอยู่ เวลาจะเอาออกก็ต้องเลื่อนเทปขึ้นลง นึกออกใช่มะ
 
แล้วก็จะมีสติ๊กเกอร์ชมพูเนี่ย แปะพาดไป ตั้งแต่ข้างหน้า ข้างบน ข้างหลัง มันก้จะติดกับกล่องส่วนข้างบน
 
ซึ่งในครั้งแรกถ้าเราไม่ได้ตัดสติ๊กเกอร์ให้ดี รับรองว่าแหกแน่นอน ซึ่งก็แหกจริงๆ...)
 
เปิดกล่องมา แล้วยัดเทปใส่เข้าไปในวิทยุเน่าๆของผม
 
แล้วหลังจากวันนั้น โลกแห่งการฟังเพลงของผมก็เปลี่ยนไป...
 
 

(ต่อตอนหน้า)

 

____________________________________________________________________

เป็นสัปดาห์หน้าที่แสนยาวนาน (ประมาณ 5 เดือนเลยทีเดียว ฮ่าๆๆๆ)

ความจริงก็ตั้งใจจะอัพหลายครั้งมาก แต่ก็นู่นนี่นั่น ผลัดวันไปเรื่อย มาวันนี้ก็ได้ฤกษ์เสียที

ตอนหน้าจะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นะ ไม่กล้าสัญญาแล้ว แต่อยากให้เร็วที่สุดก่อนจะออกตะลอนฮ่องกงนะ

เพราะกลับมาก็จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ของสครับแล้ว เป็นอันว่าเจอกันเร็วๆนี้

สวัสดี

edit @ 1 Apr 2011 02:33:37 by Rocktopian

sss

ศิลปิน : Scrubb

อัลบั้ม : SSSSS…..

 

 

ซีดีแผ่นแรกของคุณคืออัลบั้มอะไร?

 

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2546 ในยุคที่วงการดนตรีนอกกระแสจากค่ายเล็กค่ายน้อยกำลังเฟื่องฟู

ผมเองก็เป็นเด็กมัธยมคนหนึ่งซึ่งถูกดูดเข้าไปในกระแสแห่งเพลงเหล่านั้นไม่ต่างจากคนอื่นๆในวัยเดียวกัน

แฟตเรดิโอ ดีเจสยาม หรือรวมไปถึงนิตยสาร a day หรือโรงหนังลิโด ที่ถูกจัดอยู่ในหมวดเดียวกัน

ก็ต่างถาโถมเข้ามาในชีวิตอย่างไม่ยั้ง แต่ด้วยสารเคมีที่เหมือนกันและพลังที่เหลือล้น

ผมจึงรับทุกอย่างที่เข้ามาได้อย่างไม่หนักหนา และสนุกสุดแสนไปกับมันได้ทุกอย่าง

แน่นอนว่ากิจกรรมของผมช่วงนั้นไม่พ้นไปจากพยายามอ่านหนังสือที่เค้าว่าเก๋ๆ

ดูหนังอาร์ตที่บางครั้งก็ดูไม่รู้เรื่อง และที่ไม่พลาดก็คือกระหน่ำฟังเพลงทุกประเภทที่สามารถจะค้นมาฟังได้

 

ด้วยความที่อุตสาหกรรมเพลงในขณะนั้นเป็นอะไรที่เบ่งบานมาก ศิลปินขยันทำเพลงเพื่อตอบสนองตลาด

โดยที่ไม่ต้องผ่านบริษัทใหญ่ บ้านเราในช่วงนั้นจึงมีค่ายเพลงเล็กๆที่ผลิตศิลปินออกมาอย่างมหาศาล

และด้วยความที่มันคล้ายกับสถานการณ์ที่ย้อนหลังไปอีก 10 ปี คือตอนที่กระแสอัลเทอเนทีฟเข้ามา

ฮอตฮิตในประเทศไทย การเปรียบเทียบกันจึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็เป็นผลดีที่ทำให้ผมได้รู้จักวง

ในยุคก่อนอย่าง พราว สี่เต่าเธอ ครับ พาราดอกซ์ (อัลบั้ม Lunatic Planet) พร้อมๆกับการได้รู้จักศิลปินหน้าใหม่

ในยุคนั้น เช่น โมโนโทน หมีพูห์ เดย์ทริปเปอร์ อพาร์ตเมนต์คุณป้า กลุ่มศิลปินจากค่ายสมอลรูม

อย่างซุปเปอร์เบเกอร์ เดธออฟอะเซลส์แมน และหนึ่งศิลปินเบอร์แรกที่มาจากค่ายแบล็กชีพ สครับ

 

 


ดูคลิป MV ทุกอย่าง>
Powered by you2play.com

‘ทุกอย่าง’ เป็นซิงเกิ้ลแรกที่ทางวงและทางค่ายนี้ส่งออกมา ครั้งแรกที่ผมได้ยินผลงานของวงนี้ไม่ได้เกิดจาก

การฟังวิทยุครับ แต่มาจากการเล่นกีตาร์กันในห้องของเพื่อน สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจมีอยู่สองอย่าง

อย่างแรกคือ เห้ย คนแต่งเพลงนี้มันแต่งดีว่ะ เนื้อหาแม่งพระเอกมาก

อีกอย่างคือทำไมเพื่อนในห้องมันร้องเพลงนี้กันได้เกือบทุกคนเลยวะ? มันดังขนาดนั้นเลยหรอ

แล้วเราไปอยู่ไหนมาวะเนี่ยทำไมไม่เคยฟัง (คือช่วงนั้นวิทยุเครื่องเก่าๆที่บ้านผมมันอยู่ในสภาพที่เจียนตาย

แล้วครับ เลยไม่ได้อัพเดตอะไรเท่าไหร่นัก) พอฟังจบรอบแรกก็ถามเพื่อนทันทีว่านี่มันเพลงอะไร

ของวงอะไรวะ และตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ว่าเย็นนี้แหละ จะต้องไปซื้อเทป (ใช่ครับ เทป) ของวงนี้มาให้จนได้

 

โดยที่หารู้ไม่ว่าอัลบั้มนี้เทปมันยังไม่ออก...

 

 

(To be continue...)

 

____________________________________________________________________

ตัดสินใจที่จะเขียนเกี่ยวกับเพลงเป็นครั้งแรก เพื่อให้เข้ากับชื่อบล็อกที่อุตส่าห์ไปลอกชื่อหนังสือเขามา

แต่ด้วยความที่เขียนเลอะเทอะไปเรื่อย ทำให้คำนวนแล้วตอนนี้น่าจะมีความยาวจริงๆถึง 3 หน้ากระดาษ A4 ด้วยกัน

กลัวว่าจะไม่มีใครทนอ่านจนจบ จึงขอแบ่งย่อยออกเป็น 3 ตอนแล้วกัน ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นก็ติดตามดู

คาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้เอามาลงต่อ

สวัสดี

edit @ 4 Oct 2010 04:22:29 by Rocktopian